เด็กไทยสมัยใหม่ จะเป็นนักคิดวิเคราะห์ (Critical Thinkers)


โดยธรรมชาติ เด็กมีสัญชาตญาณที่จะค้นคว้า หาเหตุผล หาความสัมพันธ์ และวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา

เด็กเล็ก ๆ ทุกคน จะสำรวจ (Explore) โลกรอบ ๆ ตัวเองด้วยการจับต้อง สัมผัส ดม ชิม ฯลฯ เพื่อทำความรู้จักและ ทำความเข้าใจ เขาจะค่อย ๆ สร้างฐานความรู้ เกี่ยวกับโลกรอบ ๆ ตัวเขา จากการสำรวจ และการเชื่อมโยงประสบการณ์ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ไปทีละน้อย นี่คือการเรียนรู้ตามธรรมชาติที่สนุก พึงพอใจและได้ประโยชน์ และนี่คือการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) ของเด็ก ๆ


น่าเสียดายขบวนการเรียนรู้เหล่านี้หยุดลง เมื่อเด็กเริ่มเข้าโรงเรียนที่มีระบบการศึกษาแบบท่องจำ (Recalling and Memorizing)
เด็ก ๆ ถูกประเมินผลความสำเร็จจากการที่เขาสามารถจำได้มากหรือน้อยเพียงใด
โอกาสที่จะสำรวจ ค้นคว้า หาความรู้ด้วยตนเองหายไปกับระบบการเรียนของปัจจุบัน


เป็นที่น่ายินดีว่าระบบการเรียนของ Eye Level ได้นำการเรียนแบบธรรมชาติ ที่ให้โอกาสเด็กได้ค้นคว้าหาความรู้ หาความสัมพันธ์ด้วยตนเอง ในรูปแบบ Self-Directed Learning ที่สนุกและน่าเรียน

หลักสูตรของ Eye Level เปิดโอกาสให้เด็กหาความรู้ จนเข้าใจในระดับ Mastery เข้าใจในระดับความสัมพันธ์ต่าง ๆ โดยมีครูทำหน้าที่เป็นโค้ชคอยแนะแนวทางเดินให้เด็ก ๆ ค้นคว้า (Explore) ความรู้ทั้งด้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษไปทีละระดับ พูดง่าย ๆ ก็คือแทนที่จะให้เด็กท่องจำ Eye Level สอนให้เด็กเข้าใจ ผ่านการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking)

เด็ก ๆ ที่ผ่านการเรียนแบบ Eye Level จะมีลักษณะเด่นดังนี้

  1. เขาเรียนในระดับที่สูงกว่าการท่องและจำไปมากทีเดียว

  2. เขาจะไม่ยอมรับข้อมูลอะไรง่าย ๆ เว้นแต่จะมีเหตุมีผลสนับสนุนอย่างชัดเจน

  3. เขาจะเรียนรู้วิธีการเรียนทั้งในมุมมองที่กว้างและลึก

  4. เขาจะสามารถวิเคราะห์จุดแข็ง และจุดอ่อนของสิ่งที่เขาเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์ได้ชัดเจนขึ้น

  5. เขาจะจับประเด็น (ข้อสอบ) เห็นปัญหา เข้าใจแนวทางแก้ไขได้รวดเร็ว


แต่ละปีเรามีเด็กนักเรียนที่เข้ามาเรียน
ในระบบของ Eye Level มากขึ้นทุกวัน
เราจึงพูดได้ว่าในอนาคตเด็กไทยสมัยใหม่จะเป็น
“นักคิดวิเคราะห์ (Critical Thinkers)”